## POLICE NEWS update PLUS ## จับกุมขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว จังหวัดจันทบุรี

ตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพานักอาศัยหรือเข้ามาเพื่อท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบกลุ่มแก๊งต่างชาติ ที่เข้ามาสร้างความเสียหายต่อประเทศและสร้างความเดือดร้อนกับสังคมไทย หรือทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐ รอง ผบช.สงป. ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง ผบก.ตม.3, และ พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3
ร่วมแถลงข่าว การจับกุมตัว
1. นายปราโมทย์ อายุ 54 ปี สัญชาติไทย
2. นายพจภิรุณ อายุ 25 ปี สัญชาติไทย
3. นายประดิษฐ อายุ 46 ปี สัญชาติไทย
โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกับพวกที่หลบหนีร่วมกันช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ ให้คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยตนรู้ว่าเข้ามาในราชอาณาจักร โดยฝ่าฝืน พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด เพื่อให้
คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” และแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จํานวน 4 คน โดยกล่าวหาว่า “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่รับอนุญาต”
พร้อมด้วยของกลาง
1. รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อโตโยต้า สีเขียว
2. รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำตาล
3. ธนบัตรสกุลไทย จำนวน 13,000 บาท(หนึ่งหมื่นสามพันบาทถ้วน)
4. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง (เครื่องที่ 1)
5. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง (เครื่องที่ 2)
6. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อเรียลมี (เครื่องที่ 3)
โดยมีพฤติการณ์ดังนี้ เจ้าพนักงานฯ ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีกลุ่มขบวนการลักลอบนําคนต่างด้าวเพื่อเข้ามา
และอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ซึ่งบุคคลต่างด้าวกลุ่มดังกล่าวมีการลักลอบเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทย
ไปแล้วและมีการลักลอบเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีกครั้งตามช่องทางธรรมชาติ บริเวณชายแดนด่านถาวรบ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน จว.จันทบุรี โดยทราบว่าปัจจุบันมีการปิดด่านพรมแดนเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยครั้งนีจะมีกลุ่มขบวนการดังกล่าวนําคนต่างด้าวเดินเท้าข้ามชายแดนฝั่งตลาดบ้านแหลม
(ประเทศกัมพูชา) เพื่อเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยการเดินทางครั้งนี้จะให้คนต่างด้าวเดินทางเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติในเวลาเช้ามืด เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้น จับกุม และจะนํารถยนต์ไปบรรทุกเพื่อขนถ่ายใส่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบเพื่อลักลอบเดินทางเข้าเมืองชั้นใน
โดยกลุ่มคนต่างด้าวดังกล่าวจะถือหนังสือเดินทาง
เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่หากตรวจสอบ จึงเฝ้าวางกําลังสังเกตการณ์ตามที่พลเมืองดีแจ้ง จนกระทั่งถึงเวลาเกิดเหตุพบผู้ถูกจับที่ 1 เป็นผู้ขับขี่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อโตโยต้า สีเขียว เข้ามาจอดในที่เกิดเหตุ สังเกตุภายในรถพบคนต่างด้าวจำนวน 4 คน และผู้ถูกจับที่ 2 ได้ขับขี่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำตาล ซึ่งมีผู้ถูกจับที่ 3 นั่งโดยสารมาด้วยเข้ามาจอดในที่เกิดเหตุใกล้กัน สังเกตุภายในรถพบกระเป๋าสัมภาระของคนต่างด้าว สัญชาติกัมพูชา ทั้ง 4 คน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตํารวจตรวจคนเข้าเมือง ผลการตรวจสอบพบนายปราโมทย์ฯ ขับขี่รถยนต์ของกลางลำดับที่ 1 ภายในบรรทุกผู้โดยสาร ซึ่งเป็นคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 4 คน และพบนายพจภิรุณฯ ขับขี่รถยนต์ของกลางลำดับที่ 2 ซึ่งมีนายประดิษฐฯ นั่งโดยสารมาด้วย ภายในบรรทุกกระเป๋าสัมภาระของคนต่างด้าว สัญชาติกัมพูชา ทั้ง 4 คน แต่มีคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาอีก 1 คน ซึ่งลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้หลบหนีขึ้นรถยนต์ยี่ห้อเชฟโลเลต รุ่นออพตร้า สีดำ พาขับขี่หลบหนีไปจากการตรวจสอบ จึงได้ทำการจับกุมตัวพร้อมของกลางส่ง พงส.กก.สส.บก.ตม.3 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขันและปราบปรามการกระทําความผิด
ในด้านต่างๆ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทําความผิด กรุณาแจ้งมายังสํานักงานตรวจคนเข้าเมือง
เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง